ผมอาศัยอยู่บริเวณธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีประกาศทุกคนให้ออกไปทำงานที่อื่นตั้งแต่ช่วงที่ประตูน้ำบ้านพร้าวแตก (ราวๆ นั้นล่ะ) ออกไปอาศัยอยู่กับเพื่อนได้สักพักหนึ่ง แล้วก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ถ้าไม่นับน้ำที่ขึ้นสูงในธรรมศาสตร์จนจนทำตึกที่ผมอยู่ได้วิวเหมือนหอคอยกลางทะเลทราบแล้วละก็ ผมเองไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากน้ำท่วมคราวนี้นะ น้ำท่วมก็ไม่ได้ลุยอะไรจริงๆ จังๆ เท่าไหร่นัก ก็แค่ 2-3 หนตอนที่น้ำลดลงแล้ว
หลายคนคงรู้สึกแย่กับน้ำท่วมคราวนี้ แต่ผมรู้สึกขอบคุณมากกว่านะ ขอบคุณที่น้ำท่วม ขอบคุณที่ทำให้ผมกลับไปอยู่กับที่บ้าน ต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับที่บ้านนานที่สุดหลังจากจบปริญญาตรีมาเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่จบมัธยมแล้ว ผมก็ต้องไปเรียนต่างจังหวัดเทียวไปเทียวกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย อยู่บ้านนานที่สุดก็ช่วง Summer ประมาณ 1-2 เดือนได้ ก็ต้องกลับมาที่มหาวิทยาลัยต่อ พอเริ่มทำงานก็ได้กลับน้อยลงและระยะเวลาก็น้อยลงด้วย นานสุดก็ 7 วัน (ช่วงสงกรานต์)
แต่สำหรับการกลับบ้านคราวนี้ราวๆ เดือนครึ่งเห็นจะได้
กลับไปได้เจอกันตอนเช้า ได้กินข้าวด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกัน กับทั้งพ่อและแม่
รู้สึกเหมือนได้กลับไปทำความรู้จักกับแผ่นดินที่บ้านใหม่อีกครั้ง หลายอย่างเปลี่ยนไป เด็กตัวเล็กๆ ที่เคยเห็นว่ิงเล่นอยู่แถวๆ บ้าน เดี๋ยวนี้ขี่มอเตอร์ไซต์ไปมาแถวบ้านได้แล้ว บางคนก็เข้ามหาวิทยาลัย เรียนต่อต่างจังหวัด หรือไม่ก็มีลูก ส่วนคนเก่าคนแก่บางคนก็เปลี่ยนไปมีร่องรอยแห่งชีวิตมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่พ่อกับแม่ ส่วนบางคนก็ล้มหายตายจากกันไปแล้ว ต้นไม้ที่เคยรู้จักกันตั้งแต่ต้นยังเล็กๆ ตอนนี้เปลี่ยนไป เติบโตขึ้นมากแถมยังให้ร่มเงาเราได้แล้ว
กลับบ้านครั้งนี้ ผมมีความสุขมากทีเดียว ขอบคุณน้องน้ำมากครับ :)